golf matter golf news story

PGA Tour กับสถิติที่น่าสนใจในเดือนกุมภาพันธ์

 เจค แน็ปป์, ฮิเดกิ มัตสึยาม่า, นิค เทย์เลอร์ และวินด์แฮม คลาร์ก โชว์ฟอร์มโดดเด่นสร้างสถิติที่น่าจดจำในเวทีการแข่งขันพีจีเอทัวร์ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (ภาพ: Getty Images)

PUERTO VALLARTA, MEXICO – FEBRUARY 25: Jake Knapp of the United States holds the champions trophy during the award ceremony of the Mexico Open at Vidanta at Vidanta Vallarta on February 25, 2024 in Puerto Vallarta, Jalisco. (Photo by Orlando Ramirez/Getty Images)

แน็ปป์ ประเดิมแชมป์แรกที่เม็กซิโก

ไมใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับ เจค แน็ปป์ โปรกอล์ฟชาวอเมริกัน แม้เข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายโดยมีสกอร์นำห่างคู่แข่ง 4  สโตรก ในรายการเม็กซิโก โอเพ่น ที่วิลันต้า และยิ่งท้าทายเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเขากำลังลงแข่งในศึกพีจีเอทัวร์ เพียงแค่รายการที่ 9 เท่านั้น แถมไดรเวอร์ก็ไม่เป็นใจอีกด้วย

แต่โปรกอล์ฟวัย 29 ปีจากแคลิฟอร์เนีย ยืนหยัดต่อสู้ตลอดทั้งวัน ก่อนคว้าชัยเหนือ ซามี่ วาลิมากิ รุกกี้ของพีจีเอทัวร์จากฟินแลนด์ หนึ่งสโตรก โดยในรอบสุดท้าย แน็ปป์ที่ขึ้นนำหลังตี 64-63 ในรอบที่สองและรอบที่สาม ไดรฟ์เข้าแฟร์เวย์แค่ 2 หลุม และตีออนเพียง 9 หลุมเท่านั้น สถิติความแม่นแฟร์เวย์แค่ 15.38 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นตัวเลขสถิติที่ต่ำที่สุดของตำแหน่งแชมป์พีจีเอทัวร์นับตั้งแต่ปี 1983

อย่างไรก็ตาม สถิติของแน็ปป์ก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด ตลอดสัปดาห์ เขาเป็นนักกอล์ฟที่มีสถิติทำเบอร์ดี้สูงที่สุด 25 เบอร์ดี้ โดยเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในสามรอบแรก ขณะที่รอบสุดท้ายทำได้ 2 เบอร์ดี้ นอกจากนี้เขายังรั้งอันดับ 1 สถิติ  Strokes Gained: Tee to Green +11.40 และ Strokes Gained: Approach the Green +8.729 และรั้งอันดับ 5 ตีกรีนส์อินเรกูเลชั่น และอันดับ 2 ตีไกล 

ดังนั้นแม้สถิติบางอย่างไม่โดดเด่นนัก แต่แน็ปป์ก็สามารถคว้าชัยชนะได้สำเร็จ และกลายเป็นผู้เล่นรายที่สามในซีซั่นนี้ที่คว้าแชมป์ครั้งแรกในอาชีพ ซึ่งเท่ากับยอดรวมทั้งหมดของฤดูกาลที่แล้ว

PACIFIC PALISADES, CALIFORNIA – FEBRUARY 18: Hideki Matsuyama of Japan speaks to the media during a press conference after his winning round during the final round of The Genesis Invitational at Riviera Country Club on February 18, 2024 in Pacific Palisades, California. (Photo by Harry How/Getty Images)

มัตสึยาม่า ครองแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 9 ที่เจเนซิส

ฮิเดกิ มัตสึยาม่า เจอความท้าทายครั้งสำคัญในการแข่งขันรอบสุดท้ายที่สนามริเวียร่า คันทรีคลับ ด้วยสกอร์ตามหลังผู้นำ 6 สโตรก ซึ่งก่อนหน้านี้มีเพียง ไมค์ เวียร์ ที่ตามหลังมากกว่าแล้วพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ได้ในปี 2003

ทว่าโปรกอล์ฟวัย 32 ปีจากญี่ปุ่น มีเกมการเล่นที่ดีพอสำหรับการสร้างประวัติศาสตร์ในวงการกอล์ฟ ที่ชัดเจนคือแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส ปี 2021 และเขาสามารถทำได้อีกครั้ง เมื่อระเบิดฟอร์มตี 9 อันเดอร์พาร์ 62 ในรอบสุดท้ายของการแข่งรายการเจเนซิส อินวิเตชั่นแนล แซงหน้าคว้าชัยเหนือคู่แข่ง 3 สโตรก ผงาดครองแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 9 ในอาชีพ กลายเป็นนักกอล์ฟเอเชียที่ได้แชมป์พีจีเอทัวร์มากที่สุด แซงหน้า เค.เจ. ชอย ตำนานโปรกอล์ฟจากเกาหลีใต้

ผลงาน 9 อันเดอร์พาร์ ของมัตสึยาม่า เป็นสถิติการทำสกอร์ต่ำสุดในรอบสุดท้ายของตำแหน่งแชมป์รายการเจเนซิส อินวิเตชั่นแนล ดีกว่า ดัก ทีเวลล์ แชมป์ปี 1983 หนึ่งสโตรก และถือเป็นครั้งที่ 9 ที่โปรหนุ่มจากญี่ปุ่นปิดฉาก 18 หลุมสุดท้ายโดยไม่เสียโบกี้ นับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล 2020-2021 โดยมีนักกอล์ฟเพียงสองคนที่ทำได้เหนือกว่าคือ คริส เคิร์ก 11 ครั้ง และแคม เดวิส 10 ครั้ง

ตัวแปรสำคัญในรอบสุดท้ายคือ มัตสึยาม่าทำคะแนนมากสุดจากการแอพโพรช 50 หลาขึ้นไป โดยมี Strokes Gained: Approach the Green +2.84 เฉพาะในรอบสุดท้าย ดีกว่าที่เขาทำได้ในสามรอบแรกรวมกัน -.40 Strokes Gained: Total  +8.471 ในรอบสุดท้าย ก็ถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดของตำแหน่งในพีจีเอทัวร์ นับตั้งแต่รอรี่ แม็คอิลรอย ได้แชมป์รายการอาร์บีซี แคนาเดียน โอเพ่น   

SCOTTSDALE, ARIZONA – FEBRUARY 11: Nick Taylor of Canada celebrates making his putt on the 18th green to tie for the lead and force a playoff during the final round of the WM Phoenix Open at TPC Scottsdale on February 11, 2024 in Scottsdale, Arizona. (Photo by Christian Petersen/Getty Images)

เทย์เลอร์ ชนะเพลย์ออฟคว้าแชมป์ฟีนิกซ์ โอเพ่น

นิค เทย์เลอร์ ทำผลงานได้โดดเด่นอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้โชว์ช็อตมหัศจรรย์พัตต์อีเกิ้ลระยะ 72 ฟุตในการดวลเพลย์ออฟหลุมที่ 4 ผงาดคว้าแชมป์อาร์บีซี แคนาเดียน โอเพ่น เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ ในการแข่งขันรายการดับเบิลยูเอ็ม ฟีนิกซ์ โอเพ่น เทย์เลอร์ทำได้เยี่ยมในรอบสุดท้ายและชนะคู่แข่งในการดวลเพลย์ออฟ 2 หลุม คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 4 ในอาชีพสำเร็จ

เทย์เลอร์ มีสกอร์ตามหลังผู้นำ 3 สโตรก ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 4 หลุม และฟอร์มการพัตต์มาได้ถูกจังหวะ เขาทำ 3 เบอร์ดี้ใน 4 หลุมสุดท้าย รวมถึงการพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 9 ฟุตในหลุมที่ 18 ได้ไปเพลย์ออฟลุ้นแชมป์กับ ชาร์ลี ฮอฟฟ์แมน โดยตลอดสัปดาห์ เทย์เลอร์ มีสถิติทำแต้มดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มนักกอล์ฟที่ลงแข่งในรายการนี้ 2.38 สโตรกต่อรอบ ดีกว่าแชมป์ดับเบิลยูเอ็ม ฟีนิกซ์ โอเพ่น คนอื่นๆ นับตั้งแต่ปี 1983

เมื่อนับรวมกับเพลย์ออฟ 2 หลุม เทย์เลอร์ ทำไป 5 เบอร์ดี้ใน 6 หลุมสุดท้าย และเคล็ดลับแห่งชัยชนะของเขามาจากพัตเตอร์ อย่างแท้จริงเมื่อดูจาก Strokes Gained: Putting +8.93 และมีสถิติพัตต์รวมระยะ 459 ฟุต 10 นิ้ว ตลอดสัปดาห์ มากกว่าที่เขาทำได้ในทุกรายการในพีจีเอทัวร์

โปรกอล์ฟหนุ่มวัย 35 ปีจากแคนาดา ยังมีสถิติที่ยอดเยี่ยมในหลุมพาร์ 4 ทำแต้มได้ 13 อันเดอร์พาร์ เป็นสถิติที่ดีที่สุดของตำแหน่งแชมป์ที่สนามทีพีซี สก็อตต์สเดล ในยุคชอตลิงค์  7 เบอร์ดี้เกิดขึ้นในรอบแรก และทำสถิติสนามตี -60 มีสถิติการพัตต์ลง 92.31 เปอร์เซนต์ ดีกว่าแชมป์ดับเบิลยูเอ็ม ฟีนิกซ์ โอเพ่น คนอื่นๆ

PEBBLE BEACH, CALIFORNIA – FEBRUARY 03: Wyndham Clark high fives his caddie at the 18th green during the third round of AT&T Pebble Beach Pro-Am at Pebble Beach Golf Links on February 3, 2024 in Pebble Beach, California. (Photo by Tracy Wilcox/PGA TOUR via Getty Images)

คลาร์ก พลาดการทำ “แมจิกนัมเบอร์” 59 ก่อนคว้าชัยที่เพ็บเบิลบีช

ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ บรรดาโปรกอล์ฟที่ร่วมชิงชัยตระหนักดีว่ารอบที่สามของการแข่งขันรายการ เอทีแอนด์ที เพ็บเบิลบีช โปร-แอม อาจเป็นรอบสุดท้ายสำหรับพวกเขา และวินด์แฮม คลาร์ก ก็ทำผลงานรอบที่สามได้อย่างยอดเยี่ยม ตีเข้ามาด้วยสกอร์ 12 อันเดอร์พาร์ 60 เป็นสถิติที่ดีที่สุดตลอดการต่อรอบของสนามเพ็บเบิลบีช กอล์ฟ ลิงค์ส คว้าแชมป์ไปครองโดยเฉือนชนะคู่แข่งเพียงสโตรกเดียว เมื่อต้องยกเลิกรอบสุดท้าย ตัดสกอร์ที่ 54 หลุมเนื่องจากเจอพายุถล่ม และลมแรงจนไม่สามารถแข่งขันได้

คลาร์ก ซึ่งคว้าแชมป์ได้ถึง 3 รายการในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงรายการเมเจอร์ ยูเอส โอเพ่น 2023 ออกสตาร์ทการแข่งขันรอบที่สาม โดยมีสกอร์ตามหลังผู้นำ 6 สโตรก และแม้มาสะดุดเสียโบกี้ที่หลุม 12 หลังจากทำสถิติหรูเริ่มต้นด้วยอีเกิ้ลตามด้วยการเก็บ 5 เบอร์ดี้ติดต่อกัน โปรกอล์ฟจากโอเรกอน ยังมีโอกาสทำสกอร์ 59 สโตรก ที่หลุม 18 พาร์ 5 เมื่อได้พัตต์อีเกิ้ล แต่ให้ระยะการพัตต์สั้นไปเพียง 7 นิ้ว ปิดฉากด้วยเบอร์ดี้ พลาดการทำ “แมจิกนัมเบอร์” เพียงสโตรกเดียว

ถือเป็นการพลาดบนกรีนที่เกิดขึ้นน้อยมากสำหรับคลาร์ก ซึ่งมีสถิติการพัตต์รวมระยะ 189 ฟุต 10 นิ้ว ในรอบสุดท้าย เป็นสถิติที่ดีที่สุดต่อรอบในการแข่งขันที่เพ็บเบิลบีช และในอาชีพของโปรกอล์ฟวัย 30 ปีรายนี้ และมี Strokes Gained: Putting +5.28 ดีที่สุดในบรรดาแชมป์พีจีเอทัวร์นับตั้งแต่ปี 2004

ในขณะที่เขาไม่สามารถเก็บอีเกิ้ลหลุมสุดท้ายในรอบที่สามเพื่อปิดฉากด้วยผลงาน 59 สโตรก แต่คลาร์กทำ 2 อีเกิ้ลใน 9 หลุมแรกและรวมทั้งทัวร์นาเมนท์ทำไป 3 อีเกิ้ล  เทียบเท่ากับ จัสติน โรส และเป็นรอง ดาเนียล แบร์เกอร์ แชมป์ปี 2021 เพียง 1 ครั้ง สำหรับตำแหน่งแชมป์ที่หวดอีเกิ้ลมากที่สุด และทำได้ในการแข่งขันเพียง 54 หลุมเท่านั้น นอกจากนี้คลาร์กยังมีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการเล่นหลุมพาร์ 5  โดยเก็บแต้ม 10 อันเดอร์พาร์ ในรอบที่สองและสามในการแข่งขันที่เพ็บเบิลบีชปีนี้